5 ประเทศที่สุดของการล่าแสงเหนือ

5 ประเทศที่สุดของการล่าแสงเหนือ

พอเริ่มเข้าเดือนตุลาคม เทศกาลท่องเที่ยวตามล่าแสงเหนือ ก็เกิดขึ้น หลายคนถือเวลาช่วงนี้พาคนที่เรารักไปพักผ่อน กับบรรยากาศที่โรแมนติกมากๆ ภายใต้แสงเหนือที่สวยอร่ามตา แต่จะมีที่ไหนบ้าง ลองมาดูกันเลยกับ 5 ประเทศที่สุดของการล่าแสงเหนือ รีบเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเช็คอินกันเลยค่ะ

5 ประเทศที่สุดของการล่าแสงเหนือ

ประเทศรัสเซีย (RUSSIA) แสงเหนือที่รัสเซียเป็นประเทศที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะคนไทยไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถเดินทางไปชมกันได้ ราคาทัวร์ก็ไม่แพงมาก เมืองเทียบกันที่อื่นแล้ว ดูแสงเหนือจะดูแถวเมือง Murmansk แถวบริเวณนี้อากาศจะหนาวมาก เตรียมตัวกันไปดีๆ นะคะ

5 ประเทศที่สุดของการล่าแสงเหนือ

ประเทศสวีเดน (SWEDEN) สวีเดนเป็นจุดชมแสงเหนือที่นิยมอย่างมากเช่น ได้เจอแสงเหนือแน่ๆ
จุดชมอยู่แถวบริเวณทะเลสาบ Tornetrask Lake ดูโรแมนติกมาก ซึ่งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติอาบิสโก้ ทำให้เหมาะกับการดูแสงเหนือเป็นอย่างมาก

5 ประเทศที่สุดของการล่าแสงเหนือ

ประเทศไอซ์แลนด์ (ICELAND) ใครที่กลัวว่าไปแล้วจะไม่ได้เจอแสงเหนือ เก็บกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้ามาประเทศนี้เลยรับรองว่าได้เจอแสงเหนือแน่นอน เพราะประเทศไอซ์แลนด์ ทั่วทั้งประเทศสามารถมองแสงเหนือได้ทุกที่กันเลย แต่จุดที่ได้รับความนิยมและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เห็นจะเป็นที่ อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ ซึ่งแสงเหนือที่นี้ใครต่างก็บอกว่าสวยสมคำร่ำลือเสียจริงเลย

5 ประเทศที่สุดของการล่าแสงเหนือ

ประเทศกรีนแลนด์ (GREENLAND) การได้ชมแสงเหนือภายใต้ทิวทัศน์ที่สวยงามของประเทศกรีนแลนด์ก็เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝัน ที่นี้เราสามารถชมแสงเหลือเกือบทั้งประเทศ เช่นกัน เป็นการดูแสงเหนือที่โรแมนติกมากเลยทีเดียว

5 ประเทศที่สุดของการล่าแสงเหนือ

ประเทศฟินแลนด์ (FINLAND) ฟินแลนด์ฟินเลย ใครอยากดูแสงเหนือแต่ไม่อยากออกไปท้าลมหนาว ให้ตัวสั่น ที่นี้ก็เป็นอีกที่น่าสนใจ ซึ่งขึ้นไปบริเวณตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ ไปพักกันที่ Hotel Aurora โรงแรมยอดฮิต ที่ให้คุณนอนหลับพักผ่อนกันไปจนกว่าจะถึงเวลาที่มีแสงเหนือ จะมีสัญญานแจ้งเตือนดังขึ้น เพื่อให้คุณไม่พลาดกับการชมแสงเหนือซึ่งชมกันที่โรงแรมกันได้เลยค่ะ

5 ประเทศที่สุดของการล่าแสงเหนือ

ผ่านไปกับ 5 ประเทศที่จะพาคุณไปล่าแสงเหนือกันฟินๆ โรแมนติกสุดขั้วกันเลย ซึ่งต้องบอกว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว แต่ละสถานที่ก็มีความสวยที่ไม่แพ้กัน ยังไงต้องลองไปเที่ยงสัมผัสบรรยากาศแบบนี้กันดูนะคะ ทั้งนี้การชมแสงเหนือก็ยังมีอีกหลาย ให้ชมนอกจาก 5 ประเทศนี้ถือว่าโดนใจนักท่องเที่ยวมาก จะมีที่ไหนน่าไปล่าแสงเหนืออีก ไว้คราวหน้าเราจะพาไปดูกันนะคะ สำหรับใครที่อยากคว้าโอกาสดีๆ กับการตามล่าแสงเหนือ ทักเรามาได้เลยค่ะ เซ็นเตอร์ทัวร์ พร้อมให้บริการ ทัวร์ต่างประเทศ ในราคาที่ไม่แพงเหมือนที่คิด พร้อมด้วยโปรแกรมทัวร์ ที่ให้เลือกกันอย่างจุใจ เรียกว่าทักมาหาเราที่เดียวได้สิ่งที่คุณตามหาแน่ค่ะ โทรสอบถามเพิ่มเติมที่เบอร์ 02-157-9191-2 นะคะ

คลิกดูบทความที่แล้ว
โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้

แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้

ยังไม่ได้เที่ยวยังไม่ได้ไปเยียบ รีบวางแผนเลย เสียงร่ำลือกันหนาว ไม่เท่ากับไปเห็นด้วยตา แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้ ความฝันนี้ต้องไปพิชิตกันสักครา แต่ยังไงลองมาดูทำความรุ้จักแคชเมียร์กันก่อนเลย

แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้

แคชเมียร์ (Kashmir)เป็นดินแดนธรรมชาติที่หลายคนบอกว่าเปรียบเหมือนสรวงสวรรค์บนดิน บางคนก็ว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย ซึ่งเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือสุด มีเทือกเขาหิมาลัยคั่นพรมแดนอีกด้วย

แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้

ซึ่งทำให้มีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อน ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และที่ราบซึ่งเป็นที่อาศัยของผู้คน

แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้

มนเสน่ห์แห่งแคชเมียร์นั่นเป็นที่เลื่องลือกันในนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน ต่างหลงไหลความสวยงามของดินแดนนี้ อีกทั้งความเป็นมิตรของคนท้องถิ่น ทำให้รู้สึกว่าเป็นที่ที่ดีสวยงามทั้งธรรมชาติและผู้คน

แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้

แคชเมียร์ มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งแบ่งเป็นเขต 3 เขต ได้แก่ ลาดัค เป็นเมืองที่มีพื้นที่สูงที่สุด ส่วนใหญ่เป็นหุบเขา ปลีามีที่ราบสูงรวมอยู่ด้วยซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุ่ม 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด เนื่องจากอยู่ใกล้กับทิเบตจึงได้รับวัฒนธรรมการแต่งกายจากทิเบตไปด้วย

แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้

เมืองจัมมู แคชเมียร์ ที่ราบสุงเนินขาที่โอบล้อมไปด้วยทุ่งหญ้า เมื่ออาทิตย์สาดแสงส่องมาจะเหมือนแผ่นดินจะเหลืองอร่ามตาม ดูสวยงามนัก อากาศที่นี้จะร้อนอบอ้าวมาก แต่เหมาะสำหรับเป็นที่หลบความหนาวอย่างยิ่ง

แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้

เมืองศรีนาคา หรือศรีนคร เป็นเมืองในหุบเขา มีทะเลสาบ สวนดอกไม้ และมีวิถีชีวิตคนท้องถิ่งที่ดีเรียบง่าย ซึ่งคนส่วนใหญ่จะใช้เรื่องเป็นพาหนะในการเดินทาง ซึ่งเมืองนี้จะคักคักไปด้วยตลาดยามเช้า การชมศิลปะ ที่ไม่เหมือนใคร ก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจไม่น้อย

แคชเมียร์ สักครั้งต้องเที่ยวให้ได้ทัวร์อินเดีย ทัวร์ต่างประเทศ กับทัวร์ดี มีคุณภาพ เลือกใช้บริการ กับ บริษัทเซ็นเตอร์ทัวร์ แอนด์ ทราเวล จำกัด ในราคาที่คุ้ม ทัวร์ถูก ทัวร์ดี เที่ยวต่างประเทศ สอบถามกันเพิ่มกันได้เลย โทร.02-157-9191-2 โปรดีๆ มีให้เลือกเยอะ เรายินดีให้บริการค่ะ

ดูบทความที่แล้วคลิก

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

ใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวไต้หวัน นอกจากเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว เราก็ต้องนึกถึงของกินใช่มั้ย วันนี้เราขอแนะนำ 9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม รับรองว่าเด็ด มีอะไรกันบ้างมาดูกันเลยจ้า

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

1.บะหมี่อาจง

อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

บะหมีที่มีน้ำซุปข้นๆ คล้ายราดหน้าบ้านเรา แถมมีใส้หมูอ่อนๆ รสชาติดีมาก เป็นที่นิยมของคนไต้หวัน ร้านบะหมี่อาจง ตั้งอยู่ที่ย่าน Ximending ซึ่งใครไปก็ต้องลองรสชาติความอร่อยกันสักหน่อย

2.น้ำไข่กบ

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

ของแปลกที่หาทานได้ยาก เป็นเครื่องดื่มที่ชื่อออกแนวแปลกๆ เนื่องจากป้ายร้านเป็นรูปกบนั่นเอง น้ำจะปรุงด้วยมะนาวเป็นน้ำมะนาวที่รสชาติออกไปทางหวาน แล้วจะใส่วุ้น หรือไข่มุก ก็แล้วแต่เราจะเลือก

3.เต้าหู้เหม็น

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

รสชาติและกลิ่นที่ท้าทาย ใครมีความกล้าก็ลองชิมกันดูได้ หาได้ไม่ยาก ซึ่งจะเป็นแนวๆ เต้าหู้เหม็นทอดและราดซอสใครไปแล้วก็ลองชิมกันได้

4.น้ำแข็งไสบัวลอย

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

เมนูเด็ดอีกอย่างของประเทศไต้หวันนั่นก็คือ น้ำแข็งไสบัวลอย ที่แถวถนนโบราณจิ่วเฟิ่น เป็นน้ำแข็งใสที่สามารถเลือกน้ำเชื่อมได้หลากหลายรสชาติ คู่กับเครื่องอย่าง บัวลอยเผือก ถั่วแดง และอีกมากมาย แล้วแต่เราจะใส่

5.ข้าวหน้าหมูพะโล้

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

ข้าวหน้าหมูพะโล้ของไต้หวันจะต้มจะเปื่อยใส่เครื่องเทศที่เข้มข้นซึ่งจะใช้หมูสามชั้นในการทำ รับรองว่าได้ทานกับข้าวร้อน ๆ นะจะฟินไม่เบาเลย

6.ไส้กรอกหมู

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

ไส้กรอกหมูที่มีลักษณะคล้ายกับคุนเชียงบ้านเรา ที่รสชาติบอกเลยว่าอร่อยมาก ครบรส หวานมัน เค็ม กันเลยทีเดียว ซึ่งจะขายแถวไนท์มาร์เก็ตดังๆ ลองซื้อทานกันได้ อร่อยแน่

7.ไอศกรีมถั่วใส่ผักชี

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

อันนี้ก็แปลกอีกเหมือนกัน เพราะไอศกรีมของที่ได้จะห่อด้วยแป้ง ด้านใมีมีไอสกรีมโรยถั่วป่น โรยด้วยผักชี ซึ่งน่ากินมาก รถชาติก็อร่อยด้วย อยากแนะนำให้ลองชิมกันดู

8.ชาบูหมาล่า

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

อีกหนึ่งความอร่อยที่มีรสชาติสไตล์หมาล่า กับน้ำซุปรสเผ็ดร้อนจนลิ้นชา ลวกๆ จิ้มๆ ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู ลูกชิ้น และอีกมากมาย คล้ายกับชาบูบ้านเรา ซึ่งหาทานกันได้ตามแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังเช่นกัน

9.ชานมไข่มุก

9 อาหารไต้หวันไปแล้วต้องชิม

ของขึ้นชื่อของไต้หวันเลย ไปแล้วต้องห้ามพลาด รสชาติ หอมละมุน ต่างจากบ้านเรา ซึ่งมีหลากหลายสูตร ให้ชิมกันอย่างจุใจซึ่งมีหลายร้านดัง ก็ลองเลือกชิมกันดูได้

เป็นไงกันบ้างค่ะ อาหารของ ประเทศไต้หวัน เคยลองทานกันบ้างยัง และหากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวไต้หวันก็อย่าพลาดกับอาหารที่เราได้แนะนำกันไปแล้วนะคะ ลองซื้อมาทานกันดู รสชาติจะถูกใจกันหรือไม่ ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน  ส่วนการเดินทางนั้น ก็สามารถไปเที่ยวเองโดยไม่ต้องทำวีซ่าแล้ว เย้ๆ หรือเลือกไปเที่ยวกับ บริษัททัวร์ก็สะดวกดีนะคะ แนะนำว่าของให้เลือกเที่ยวกับทัวร์ที่ไว้ใจได้และมีประสบการณ์ ซึ่งเราขอแนะนำ บริษัท เซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวล จำกัด เจ้านี้ให้บริการสุดประทับใจ มีลูกค้ามากมายมาใช้บริการ รับรองไม่ผิดหวัง ที่สำคัญเค้ามี โปรแกรมทัวร์ให้เลือกเยอะมากมาย ทัวร์ราคาถูก โปรโมชั่นเด็ด ทัวร์ไฟไหม้ มีครบ

ติดต่อแอดมินเว็บตรงนี้

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

สวนน้ำแอดเวนเจอร์ด็อกโกที่เมืองลิเวอร์พูล

สวนน้ำ Adventure Dock Co ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ จะทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายของคุณพลุ่งพล่าน ไปกับฐานเครื่องเล่นเป่าลมมากกว่า 50 ชนิด!! ที่พร้อมระเบิดความมันส์ ต้อนรับฤดูร้อน ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ และยาวไปถึง วันที่ 8 ตุลาคม 61 เป็นอันหยุดให้บริการ

 

 

เปิดประสบการณ์ใหม่ของการ เที่ยวลิเวอร์พูล ที่ไม่ได้มีแค่บอลให้ดูเพียงอย่างเดียว กับ สวนน้ำ Adventure Dock Co สวนน้ำเป่าลมขนาดยักษ์แห่งแรกของเมือง สร้างอยู่เหนือแม่น้ำเมอร์ซีย์ (Mersey) บริเวณท่าเรือ Duke’s Dock ใกล้กับอู่จอดเรือและโกดังเก็บสินค้าเก่า Alber Dock บนพื้นที่ขนาด 92 เมตร

 

 

จัดเต็มด้วยเครื่องเล่นมากมายที่ท้าทายคนรักความตื่นเต้น ทั้งสไลด์เดอร์ แทมโพลีน แพยางเป่าลม ให้คุณโดด วิ่ง กลิ้ง สไลด์ จนสาแก่ใจ โดยจำกัดเวลาในการเล่น 50 นาที เฉพาะผู้ที่มีอายุ 8 ปีขึ้นไปเท่านั้น

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

สวัสดีค่ะสำหรับบทความนี้ คงจะเป็นที่รวมตัวของคนโสดทุกเพศทุกวัย สำหรับใครที่ชอบไหว้พระขอพรอยู่แล้วก็คงจะชอบไม่น้อยกับหัวข้อเรื่องที่เราได้นำมาให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันในครั้งนี้กับ คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่ จะศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหนลองไปรับชมกันได้เลยนะคะ

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

ขอเกริ่นหน่อย เรื่องมันมีอยู่ว่าาาา…สำหรับตอนนี้ก็เลยช่วงต้นปีกันมาได้สักพักแล้วนะคะ เราเองก็เลยมองข้ามกันไปถึงเทศกาลที่กำลังจะมาถึงอย่างเทศกาล วันวาเลนไทน์ เทศกาลแห่งความรัก สำหรับคนที่มีความรักดีๆ อยู่แล้ว หรือแฟนที่คอยดูแลเอาใจใส่กันอยู่แล้วก็คงจะไม่ใช่ปัญหาอะไรกับในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

คิดไปคิดมาสักพัก อ้าวเฮ้ยยยแล้วฉันหล่ะ แต่!!! แล้วคนโสดอย่างหนูหล่ะคะ จะมีพื้นที่ให้สาวโสดอย่างหนูได้มีที่ยืนบนสังคมในวันวาเลนไทน์ปีนี้ไหม แค่คิดก็จะบ้าแล้ว โดยปรกติที่ความเหงาอยู่เป็นเพื่อนเราโดยไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก แต่ในวันแห่งความรัก ความเหงากลับมาทำร้ายกันนนน ซะได้ลงคอ แค่คิดว่าเดี๋ยวใครต่อใครต่างก็ต้องโพสต์รูปคู่ ไปเที่ยวไหนต่อไหนกับแฟน โชว์ความสวีทหวานแหว่วให้สาวโสดอย่างหนูต้องดิ้นทุรนทุรายเป็นทุกข์เป็นร้อน

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

คิดได้แค่นี้ก็อยู่ไม่เป็นสุขแล้วค่าาา…. เปิดกูเกิ้ลเสิร์ชหาอย่างไว้ ว่าที่ไหนบ้างนะที่จะทำให้เราได้คู่ทันก่อนวาเลนไทน์ปีนี้บ้าง โดยส่วนมากถ้าเป็นสมัยใหม่หน่อยก็จะบอกให้เราออกไปหากิจกรรมทำข้างนอกเยอะๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปเดินห้าง ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนต หรือแม้แต่ไปปาตี้ยามค่ำคืน

แต่โดยส่วนตัวแล้วตัวเราเองค่อนข้างที่จะเป็นคนที่เชื่อเรื่องบุญ เรื่องการไหว้พระ เรื่องการขอพร จึงได้รวบรวมเอาสถานที่ ที่มีคนรีวิวมาแล้วว่าตอนที่เค้าไปขอเค้าได้เนื้อคู่จริงๆ จนเป็นที่บอกต่อกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละสถานที่ ซึ่งบางสถานที่แม้แต่ดาราชื่อดังก็ยังไปไหว้ขอพรให้สมหวังในเรื่องของความรักกันด้วยนะคะ เกริ่นมานานเราไปดูสถานที่แรกกันเลยดีกว่าค่ะ

 

สถานที่ที่ 1. ขอคู่ก็ได้คู่ ผูกด้ายแดงแห่งโชคชะตาความรักที่ “วัดหวังต้าเซียน” ประเทศฮ่องกง

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

สำหรับสถานที่แรกเรามั่นใจเลยว่าสำหรับนาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก วัดหวังต้าเซียน !! เพราะไม่ว่าใครที่ได้ไปขอพรขอเนื้อคู่ทีไรเป็นได้สมหวังกลับกันมาทุกทีไปวัดหวังต้าเซียนอยู่ถนนหวังต้าเซียน ย่านชักอัน ประเทศฮ่องกง ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าจีนหลายองค์อย่างเทพเจ้าหลักของวัดคือเทพหวังต้าเซียน แต่เป้าหมายของเราและคนโสดที่อยากจะมีคู่ทั้งหลาย ไม่ใช่การขอพรด้านความรักจากเทพเจ้าหวังต้าเซียนองค์นี้แต่อย่างใด

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

เป้าหมายของคนโสดที่ต้องการจะมาขอพรความรักให้ได้เนื้อคู่ต้องเดินมาข้างๆ อีกนิดนึงที่จะมีศาลที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง ของเทพเจ้าด้ายแดง หรือ”เทพเจ้าหยุคโหลว” ที่รู้จักกันในนามเทพเจ้าแห่งจันทรา หรือผู้เฒ่าแห่งดวงจันทร์ (The Old Man from The Moon) เทพเจ้าแห่งความรักและการแต่งงานเป็นรูปปั้นสีทองมีเสี้ยวพระจันทร์อยู่ด้านหลังถือสมุดเนื้อคู่อยู่ตรงกลาง ประทับอยู่ระหว่างด้านซ้ายที่เป็นเจ้าสาว และด้านขวาที่เป็นเจ้าบ่าว โดยมีด้ายแดงผูกโยงไปยังองค์หยุคโหลว ซึ่งชาวจีนต้องมาขอพรความรักกันที่นี่ โดยการขอพรกับเทพเจ้าองค์นี้ต้องใช้ด้ายแดงผู้นิ้วเอาไว้ไม่ให้หลุดระหว่างพิธี

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

ตามตำนานเชื่อกันว่า สมุดที่ผู้เฒ่าถือในมือ คือบัญชีรายชื่อคู่รักที่จะได้รับคำอวยพรให้อยู่คู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งจะปรากฏตัวยามค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์ เป็นเทพเจ้าผู้เป็นอมตะที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ และลงมาโลกมนุษย์เพื่อผูกด้ายดวงชะตาระหว่างคู่รักซึ่งเมื่อคู่กันแล้วก็จะไม่แคล้วคลาดกัน

โดยก่อนที่ เทพเจ้าหยุคโหลว จะได้เป็นเทพเจ้าแห่งความรักแบบทุกๆ วันนี้ ท่านก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อน โดยในตอนที่ท่านยังคงมีชีวิตอยู่ ภรรยาของท่านได้เสียชีวิตจากทันไปด้วยความดีที่ได้ทำไว้ตอนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ภรรยาของท่านจึงได้ขึ้นไปเกิดอยู่บนสวรรค์ เทพเจ้าหยุคโหลวที่ยังมีชีวิตอยู่เมื่อได้เสียภรรยาของท่านไปก็ได้เฝ้าสวดมนต์ภาวนาเพื่อขอพรให้ความปราถนาของเขาเป็นจริงโดยความต้องการของท่านก็คือการได้ไปอยู่กับคนภรรยาที่ท่านรัก จนกระทั่งในที่สุดท่านก็ได้ขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ คอยทำหน้าที่จดรายชื่อคู่รัก

 

 

วีธีขอพรกับเทพเจ้าหยุคโหลว สำหรับผู้ชายและผู้หญิงจะแตกต่างกันนิดหน่อยก็เลยเอามาให้ดูกันทั้ง 2 แบบ เลย เผื่อคุณผู้ชายคนไหนอยากไปขอเนื้อคู่ดีๆบ้าง

วีธีขอพรกับเทพเจ้าหยุคโหลว (เทพเจ้าแห่งความรัก) สำหรับผู้หญิง

ไหว้ที่องค์ท่านเทพ 3 ครั้ง >>> เดินไปทางรูปปั้นเจ้าสาว ตั้งจิตตั้งใจอธิษฐานขอคู่ เสร็จแล้วให้ไหว้ 3 ครั้ง >>> เดินไปที่รูปปั้นเจ้าบ่าว ใช้มือลูบไปที่เท้าเจ้าบ่าว 3 ครั้ง ***ระวังนะคะอย่าให้มือหลุดเด็ดขาด >>> หลังจากนั้นให้ปล่อยมือออกได้ >>> ใช้ด้ายแดงที่เราเพิ่งทำการอธิฐานมาไปผูกไว้ที่เชือกเป็นอันเสร็จพิธี

วีธีขอพรกับเทพเจ้าหยุคโหลว (เทพเจ้าแห่งความรัก) สำหรับผู้ชาย

ไหว้ที่องค์ท่านเทพ 3 ครั้ง >>> เดินไปทางรูปปั้นเจ้าบ่าว ตั้งจิตตั้งใจอธิษฐานขอคู่ เสร็จแล้วให้ไหว้ 3 ครั้ง >>> เดินไปที่รูปปั้นเจ้าสาว ช้มือลูบไปที่เท้าเจ้าสาว 3 ครั้ง ***ระวังนะคะอย่าให้มือหลุดเด็ดขาดเหมือนกันนะคะ >>> หลังจากนั้นให้ปล่อยมือออกได้ >>> ใช้ด้ายแดงที่เราเพิ่งทำการอธิฐานมาไปผูกไว้ที่เชือกเป็นอันเสร็จพิธี

 

ขอบคุณรูปภาพจาก www.komchadluek.net/news

ณเดช กับ ญาญ่า ก็ไป ^ ^

ทัวร์ฮ่องกง

 

สถานที่ที่ 2. ขอคู่ก็ได้คู่ บูชาเทียนดอกบัวคู่ที่ “วัดอาม่า” มาเก๊า

 

 

วัดอาม่า (A-Ma Temple)หรือวัดม่าก๊อก ถือเป็นวันเก่าแก่ที่สุดในมาเก๊าค่ะ คำว่า “อาม่า” นี้ เป็นที่มาของคำว่า “มาเก๊า” ในปัจจุบันนี้ตามตำนาน “อาม่า” นี้คือหญิงสาวที่มีชื่อว่า “หลิงม่า” เธออาศัยเรือชาวประมงเดินทางมาท่ามกลางพายุ ในขณะที่เรืออื่นๆ อัปปางกันหมด มีเพียงเรือลำนี้ที่สามารถรอดกลับมาถึงฝั่งได้ และทันทีที่ “หลิงม่า” ก้าวเท้าแตะขึ้นฝั่ง ตัวของนางก็ลอยขึ้น หายไปบนท้องฟ้า ชาวประมงจึงเชื่อว่า ท่านเป็น “เทพธิดาแห่งท้องทะเล” ชาวประมงเลยสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่บูชาต่อมา…

สำหรับที่วัดอาม่าแห่งนี้ก็เป็นอีก 1 วัดที่มีชื่อดังมากสำหรับคนที่ต้องการแก้ชงหรือว่าเสริมดวงชะตา ภายในวัดจะมีจุดสำหรับสักการะพระพุทธรูปและจุดสำหรับอธิฐานขอพรอยู่หลายที่ด้วยกัน

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

แต่สำหรับคนโสดสิ่งที่ต้องทำเมื่อไปวัดอาม่าก็คือ การจุดเทียนดอกบัวคู่เพื่อเป็นการสักการะและขอพรเพื่อให้ได้คู่ครองหรือให้ได้พบเจอเนื้อคู่ของเราสักที สำหรับที่นี้ไม่ได้มีพีธีรีตรองอะไรมากมาก แต่ตอนที่จะถวายเทียนดอกบัวคู่ก็ให้ตั้งจิตอธิฐานให้แน่วแน่ว่าด้วยกุศลผลบุญที่ลูกเคยได้ทำมาขอให้กรรมที่บดบังทำให้ลูกไม่เจอเนื้อคู่กับเขาซักทีจงมลายหายไปให้ลูกได้เจอเนื้อคู่ที่ดีและรักในตัวลูกจริงๆ ขอให้เทพเจ้าหลิงม่าได้โปรดอำนวยอวยพรให้ลูกได้พบกับเนื้อคู่เปรียบเหมือนกับเทียนดอกบัวคู่ที่ได้จุดถวายเป็นเครื่องสักการะด้วยเทอญ

ทัวร์มาเก๊า

 

สถานที่ที่ 3. ฝากชื่อขอพรด้านความรักลงบนกระดาษสีชมพู “วัดเจ้าแม่กวนอิม” ประเทศสิงคโปร์

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kuan Im Tng Temple, Joo Chiat) อีก 1 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการขอพร โดยเฉพาะการขอพรด้านความรัก โดยวัดเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นหล่อของพระจุณทีโพธิสัตว์

โดยกิจวัตรของที่นี้จะมีพิธีสวดมนต์ทุกคืนวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งถ้าหากเราไม่สะดวกในการร่วมพิธีสวดมนต์นี้แล้วก็สามารถทำการ เขียนชื่อ เพศ วันเดือนปีเกิด และอายุ ลงในกระดาษสีชมพู เพื่อเป็นการอธิฐานและให้เจ้าหน้าที่นำแผ่นกระดาษสีชมพูที่มีชื่อของเรานั้นนำไปประกอบในพิธีในคืนวันเสาร์ด้วยนั้นเองค่ะ

ทัวร์สิงคโปร์

 

สถานที่ที่ 4. ขอพรความรักต้นไม้สามีภรรยา “ศาลเจ้าเมจิ” ประเทศญี่ปุ่น

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) ตั้งอยู่ย่านชิบูย่า ใจกลางโตเกียว ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์อุทิศถวายแด่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และพระจักรพรรดินีโซเค (Empress Shoken) ภายหลังจากที่ทั้งสองพระองค์นั้นสวรรคต ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1920 โดยการร่วมมือของประชาชนทั่วญี่ปุ่นที่ช่วยกันบริจาคต้นไม้กว่า 100,000 ต้น เพื่อสร้างป่าแห่งนี้ขึ้น

 

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

ศาลเจ้าเมจิแห่งนี้ภายในจะมีต้นสามีภรรยา (Meotokusu) ต้นไม้ที่เคียงคู่กันและถูกผูกโยงไว้ด้วยเชือกที่เปรียบเป็นเหมือนสัญลักษณ์ความปรองดองของความรักที่ตั้งอยู่ได้ด้วยคน 2 คน ทั้งคนโสดและคู่รักหรือแม้แต่ครอบครัวที่ต้องการความสุขสันต์จึงมักจะพากันไปขอพรด้านความรักและคู่ครองกันที่ต้นไม้ทั้งสองนี้

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

สำหรับการขอพรกับต้นไม้แห่งความรักต้นสามีภรรยาคู่นี้ก็ต้องขออย่างถูกวิธีและห้ามไปสัมผัสกับตัวต้นสามีภรรยา ตั้งจิตอธิฐานดีๆ ว่าขอให้ได้คู่ครองที่ในแบบที่เราตั้งใจไว้และอธิฐานว่าถ้าได้ก็จะรักษาคู่รักของเราเอาไว้ให้ดีๆ สำหรับคนที่อยากขอพรให้เจอรักแท้หรือรักษารักที่มีอยู่แล้วให้ยืนยาว ที่นี้จึงเป็นอีก 1 สถานที่ ที่ไม่ควร พลาด!!

ทัวร์ญี่ปุ่น

 

สถานที่ที่ 5. ขอแฟนที่ “สุสานจางฮีบิน” ประเทศเกาหลี

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

สาวโสดคนไหนที่เคยช้ำรักมาแล้วกับการคล้องกุญแจคู่รัก ที่ N Seoul Tower ขอให้มาที่นี้เลยค่ะ ขอแฟนที่ “สุสานจางฮีบิน” ประเทศเกาหลี (จางอ๊กจอง)

ใครที่เป็นติ๋งเกาหลีคงรู้จักสถานที่แห่งนี้อยู่แล้ว โดยเรื่องราวของ พระนางจางฮีบิน (จางอ๊กจอง) ได้ถูกทำออกมาเป็นซีรี่ย์เกาหลีเวอร์ชั่นต่างๆ มากมายถึง 9 เวอร์ชั่นด้วยกัน ด้วยความสวยและเล่ห์ร้อยเล่มเกรียนจากที่นางได้เป็นเพียงสนมขั้นที่ 4 ก็ได้ไต่เต้าขึ้นมาจนได้เป็นพระราชินี แต่ก็ต้องกลับถูกโทษประหารด้วยข้อหาฆาตกรรม

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

ส่วนในด้านความรัก พระนางจางฮีบิน ถือว่าเป็นภรรยาที่อยู่เคียงคู่กับพระเจ้าซุกจงยาวนานที่สุด ในช่วงการย้ายสุสานของพระนางสู่สุสานหลวงซอโอ ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดโดยมีต้นสนงอกขึ้นจากหินหลังสุสาน ทั้งๆที่บริเวณนั้นไม่น่าจะมีต้นสนงอกออกมาได้เองทำให้มีความเชื่อต่อพระนางว่าเป็นสตรีผู้เข้มแข็งคอยฝ่าฝันต่ออุปสรรคต่างๆ และก็มีความเชื่อ เรื่องการขอพรความรักที่สุสานของพระนางที่จะทำให้สมหวัง เป็นอีกความเชื่อที่พาสาวกซีรี่ย์หลายๆ คนต้องไปขอเนื้อคู่เป็นหนุ่มอ้ปป้ากันมากมาย

ทัวร์เกาหลี

 

สถานที่ที่ 6. คล้องด้ายแดง ขอพรความรัก The Love Temple “วัดเยี่ยไห่ชิง” ประเทศสิงคโปร์

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

วัดเยี่ยไห่ชิง (Yueh Hai Ching Temple หรือ วัคไห่เชงเปียว Wak Hai Cheng Bio) เป็นวัดลัทธิเต๋าที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ สำหรับหนุ่มโสดหรือสาวโสดคนใดที่อยากได้คู่ครองกับเค้าซักทีก็ขอให้ไปขอพรที่นี้เลยนะคะ เพราะที่นี้ขึ้นชื่อมากในด้านการขอพรเรื่องความรักให้ได้พบเจอเนื้อคู่ของตัวเอง ความศักดิ์สิทธิ์ของที่นี้ได้ถูกยืนยันจากคนมากมายจนที่นี้ได้รับการขนานนามใหม่ว่าเป็น The Love Temple

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

ในการขอพรด้านความรักของที่นี้ให้ไปขอกับเทพเจ้า Elder of Moon โดยการตั้งจิตอธิฐานให้แน่วแน่และนำด้ายสีแดงที่เป็นตัวแทนแห่งโชคชะตาด้านความรักไปคล้องไว้ที่องค์เทพเจ้า Elder of Moon สำหรับภายในวัดแห่งนี้ยังมีเทพเจ้าองค์อื่นๆ ให้ได้ทำการอธิฐานขอพรอีก เช่น เทพเกี่ยวกับการขอบุตร และเทพเกี่ยวกับการขอเรื่องความสำเร็จในด้านการศึกษา

 

สถานที่ที่ 7. ขอคู่กับเทพเฒ่าจันทรา “วัดหลงซาน” ไต้หวัน

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

วัดหลงซาน(Lungshan Temple, 艋舺龍山寺)เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทเป ตั้งอยู่ในแถบย่านเมืองเก่า มีอายุเกือบ 300 ร้อยปีแล้วแต่เดิมสร้างขึ้นเพื่อสักการะเจ้าแม่กวนอิมเป็นหลัก แต่ก็จะมีเทพเจ้าองค์อื่นๆตามความเชื่อของชาวจีนอีกมากกว่า 100 องค์ที่ด้านในโดยมาจากทั้งศาสนาพุทธ เต๋า และขงจื๋อ เช่น เจ้าแม่ทับทิม ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง, เทพเจ้ากวนอู เรื่องความซื้อสัตย์และหน้าที่การงาน และเทพเย่ว์เหล่า

ส่วนเรื่องความรักก็ต้องท่านเทพเจ้าองค์นี้แหละค่ะ เทพเจ้าหยุคโหลว หรือ เทพเฒ่าจันทรา เรื่องประวัติและตำนานของท่านเทพเฒ่าจันทรา ก็จะคล้ายๆ กันกับ ที่วัดหวังต้าเซียน ของฮ่องกง เพราะความเชื่อของคนจีน เทพเจ้าหยุคโหลว ก็จะเปรียบเสมือนเทพเจ้าด้านความรักและความสมหวังในชีวิตคู่ เหมือนๆ กับความเชื่อของชาวตะวันตกอย่าง คิวปิดที่คอยแผลงศรให้หนุ่มสาวได้มาพบรักกัน

 

สำหรับสถานที่ที่ 8 และ 9 เราจะ ข้ามกันไปในความเชื่อของชาวตะวันตกกันหน่อยนะคะ เผื่อใครที่ตามความเชื่อของตัวเองแล้วไม่เจอ ก็อย่าเพิ่งไปพาลเทพเจ้าองค์ไหนเข้าหล่ะ เพราะว่าไม่แน่เนื้อคู่ของเราอาจจะไม่ใช่ชาวตะวันออกหรือชาวเอเชีย แต่เป็นฝรั่งชาวตะวันตกก็ได้นะคะ

 

สถานที่ที่ 8. วิหารแห่งความรัก “พระราชวังแวร์ซายส์” ประเทศฝรั่งเศส

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

วิหารแห่งความรักแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในบริเวณของพระราชวังแวร์ซายส์ มีลักษณะเป็นโดมแห่งความรักความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบโรม มีเสาร์โรมันตั้งค้ำจุนอยู่ตรงกลางของโดมแห่งนี้ก็จะเป็นที่อยู่ของรูปปั้น เทพเจ้าคิวปิดซึ่งบรรยากาศโดยรอบล้วนแต่ทำให้ดูโรแมนติกทั้งนั้น สำหรับคนที่ต้องการความรัก ก็ให้ไปยื่นอยู่ตรงหน้ารูปปั้นเทพเจ้าคิวปิด กุมมือแล้วตั้งจิตอธิฐานให้เทพเจ้าคิวปิดช่วยเป็นสื่อนำพาเนื้อคู่ของเราให้มาเจอกันในเร็ววัน

ทัวร์ยุโรป

 

สถานที่ที่ 9. ขอพรความรักกับเทพีวีนัสเทพีแห่งรัก “วิหารวีนัส” ประเทศอิตาลี

 

คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่

 

วิหารวีนัสที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “วิหารวีนัสและโรมา”  วิหารเทพเจ้าโรมโบราณที่มีอายุยาวนานมาตั้งแต่ก่อนคริสต์ศักราชถึง 135 ปี ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการบูชาเทพเจ้าโรมา (Roma) และเทพีวีนัส (Venus) เทพีในความเชื่อที่ว่านางเป็นผู้สร้างกรุงโรมอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในอดีต และเทพีวีนัสยังเป็นเทพีแห่งความรักและความสวยงามของชาวโรมัน และเป็นมารดากามเทพตัวจิ๋วผู้ทำหน้าที่ในการแผลงศรแห่งความรักให้คนที่โดนศรมาตกหลุมรักซึ่งกันและกันอย่างกามเทพคิวปิด

การไปที่วิหารวีนัส และตั้งจิตอธิฐานถึงพระองค์ก็เป็นอีก 1 ความเชื่อที่มีคนทำตามกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคิดว่าเทพีวีนัสนั้นจะส่งคิวปิดมาแผลงศรให้กับผู้ที่ได้ไปอธิฐานขอให้พระนางช่วยให้เจอความรัก

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ บทความเรื่องนี้ คนโสดห้ามพลาด 9 สถานที่ขอคู่ให้ได้คู่ คนโสดจะพลาดได้ไงหล่ะคะ ที่สำคัญนี้ก็ใกล้วันแห่งความรักเข้ามาทุกทีแล้ว ขอตัวไปเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางไปขอพรให้ได้เจอเนื้อคู่กับเค้ามั้งนะคะ วาเลนไทน์นี้ พอแล้วกับความโสด ความเหงา

 

สำหรับท่านใดที่สนใจต้องการไปไหว้พระขอพรให้ได้เจอเนื้อคู่ ให้ได้พบรักแท้ ให้สมหวังในด้านความรักทุกประการ ก็สามารถเข้าไปรับชมทัวร์ต่างประเทศ คุณภาพดีราคาสมน้ำสมเนื้อไม่ใช่ราคาขูดรีดขูดเนื้อได้ที่ลิ้งค์นี้เลยนะคะ >>>แพคเกจทัวร์ต่างประเทศ<<< โปรแกรมทัวร์ต่างประเทศ ที่ได้คัดสรรและรวบรวมมาเป็นอย่างดีจากบริษัททัวร์ต่างประเทศเซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวล

 

หรือถ้าอยากไปกันหลายคนก็บริษัททัวร์ต่างประเทศเซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวลก็มีบริการ รับจัดกรุ๊ปทัวร์ต่างประเทศ ทั้งแบบจอยทัวร์ และแบบ จัดกรุ๊ปส่วนตัว ตามความต้องการและงบประมาณของลูกค้า

 

ติดต่อสอบถามปรึกษาวางแผนการท่องเที่ยวต่างประเทศ >>>ข้อมูลผู้ติดต่อบริษัทเซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวล<<<

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

สวัสดีค่ะตอนนี้ก็ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ไปทุกทีถ้าใครยังไม่รู้จะไปที่ไหนลองอ่านบทความนี้ดูนะคะ แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่นี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกันดี วันนี้เรามี ข้อมูลมาแนะนำประกอบการตัดสินใจ ให้กันอีกแล้ว บอกเลยว่าเด็ดทุกที สวยทุกที่ มีที่ไหนบ้างเราลองมาดูกันเลยค่ะ

 

ประเทศออสเตรเลีย โรงอุปรากรซิดนีย์ (Sydney Opera House) และ สะพานซิดนีย์ฮาเบอร์ (Sydney Harbour Bridge)

 

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

การจัดงานฉลองส่งท้ายปีเก่าของที่นี้จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี บริเวณโรงละครซิดนีย์ มีการแสดงจุดพลุไฟสวยงามตระการตาที่สะพานฮาร์เบอร์ ซึ่งมีการจุดพลุไฟจำนวนมาก ได้ดูกันแบบจุใจ ใครจะไป countdown ที่นี้รับรองได้ว่าไม่ผิดหวังแน่นอนทัวร์ออสเตรเลีย

 

ประเทศแคนาดา น้ำตกไนแองการ่า

 

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

การจัดงานต้อนรับปีใหม่ที่นี้มีความพิเศษตรงที่สถานที่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีการจัดแสดงแสงสี บริเวณน้ำตกและพลุไฟสวยๆ ให้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม พร้อมคอนเสิร์ตให้ชม ซึ่งต้องบอกว่าเป็นสถานที่ ountdown ที่มีความสวยไม่แพ้ที่อื่นเลยล่ะทัวร์ยุโรป

 

ประเทศออสเตรีย เมืองคิทซ์บูเฮล

 

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

เมืองนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองหนาวที่สวยที่สุดในโลก การจัดงานในเมืองนี้จึงมีความยิ่งใหญ่เช่นกัน ประกอบกับมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะขนาดใหญ่ ซึ่งดูจะโรแมนติกไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งในงานยังการจัดแสงสกี ผาดโผนให้ได้ชมกันอีกด้วย ซึ่งใครมา countdown ที่นี้ก็ดูดีเลยล่ะ

 

ประเทศอังกฤษ กรุงลอนดอน

 

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

การเฉลิมฉลองที่นี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวและผุ้คนเป็นล้าน ๆ คนในงานนี้ ต่างก็มาร่วมฉลองส่งท้ายปีเก่ากันอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งมีการจัดแสดงพลุบริเวณแม่น้ำเทมส์ ซึ่งมีหอนาฬิกาบิ๊กเบนและลอนดอนอาย เป็นฉากประกอบแสงพลุไฟอย่างสวยงาม ยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างยิ่งทัวร์ต่างประเทศ

 

ประเทศญี่ปุ่น โตเกียว

 

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

เป็นสถานที่เค้าท์ดาวน์ยอดนิยมของคนไทยเลย คนไทยนิยมไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเยอะโดยเฉพาะช่วงปีใหม่อากาศเย็นสบาย ผู้คนต่างออกมาเฉลิมฉลองกันดูคึกคักทีเดียว โดยเฉพาะแถวศาลเจ้าเมจิ จะมีการปล่อยลูกโป่งสีขาว จำนวนมากเฉลิมฉลองปีใหม่ สวยแปลกตา แบบนี้ก็เป็นถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวอย่างมากทัวร์ญี่ปุ่น

 

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ

 

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

แดนดินทะเลทรายก็มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน มีการจัดแสดงพลุ แสงสี เสียง ดนตรี อาหาร ร้านค้าครบครัน รับรองว่าได้สนุกและอิ่มในงานเดียว ตลอดทั้งคืนทัวร์ดูไบ

 

ประเทศฝรั่งเศส กรุงปารีส

 

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

เมืองแฟชั่นของโลก การจัดงานหรูหราและอลังการแน่นอน การแสดงแสงสี พลุไฟ สวยงามตระการตาแน่นอนซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่บริเวณหอไอเฟล ซึ่งมีผู้คนร่วมงานมากมาย รับรองว่าสนุกไม่แพ้ที่อื่นๆ เลยจริงๆ

 

ประเทศไต้หวัน ไทเป

 

แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี

 

ใกล้ๆ เมืองไทยเรานี่เอง ตอนนี้ยกเว้นไม่ต้องทำวีซ่าให้ด้วย การจัดงานที่นี้มีความแปลกตาอยู่ไม่น้อย เพราะเราจะได้เห็นพลุไฟออกจากตึกไทเป 101 ซึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งจะมีเฉพาะเทศกาลปีใหม่เท่านั้น ที่เราจะได้เห็น การแสดงสีแสง พร้อมการแสดงการนักร้อง นักแสดง มากมาย รับรองว่าคึกคักไม่แพ้ที่ไหนเลยล่ะทัวร์ไต้หวัน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับสถานที่ที่เรานำมา แนะนำสถานที่เที่ยวปีใหม่นี้เคาท์ดาวน์ไหนกันดี หวังว่าแต่ละที่จะทำให้ทุกคนมีที่เที่ยวใหม่ๆ เปลี่ยนบรรยากาศและเก็บความทรงจำใหม่ๆ ที่พิเศษกว่าใครในการไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ต่างประเทศ นะคะ

เที่ยวต่างประเทศเที่ยวต่างประเทศราคาประหยัดเที่ยวกับเซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวลสิคะ บริการดี บริการทุกระดับประทับใจ ทัวร์ต่างประเทศถูกๆ สนใจรับชม>>>โปรแกรมทัวร์ต่างประเทศ<<<ก่อนได้นะคะ

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

ออกไปท่องโลกกว้างในดินแดนที่หลายคนยังไม่เคยไปกันดีกว่าค่ะ วันนี้เรามี 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ มาแนะนำ การเข้าเมืองก็ไม่ได้ยุ่งยากเพียงแค่ยื่นพาสพาร์ตก็เข้าประเทศได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปยื่นวีซ่าให้ยุ่งยาก ดียังงี้ต้องลองไปเที่ยว เปิดจินตนาการ เปิดโลกทัศน์ ซึ่งรับรองได้เลยว่า สวยจนต้องยกนิ้วให้ เลยจริงๆ ลองไปดูกันเลยดีกว่าค่ะสำหรับ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ ว่าจะมีประเทศไหนกันบ้าง

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

1.จอร์เจีย (Georgia)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 365 วัน ประเทศจอร์เจียเป็นประเทศสองทวีป โดยทิศเหนือจะติดกับประเทศรัสเซีย ทิศตะวันออก จรดพรมแดนอาเซอร์ไบจาน ทิศตะวันตกติดชายฝั่งทะเลดำ ส่วนทิศใต้จรดพรมแดนอาร์มีเนีย และตุรกี เป็นประเทศขนาดเล็กที่มีพื้นที่เพียง 69,700 ตารางกิโลเมตร ใช้ภาษาจอร์เจียในการสื่อสาร

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

นอกจากนี้ประเทศจอร์เจียที่เป็นถิ่นกำเนิดไวน์ และอาหารที่เลิศรส และขนมแสนอร่อย ซึ่งคนที่นี้ใช้ชีวิตกันอย่าง สนุกสนาน ร้องร่ำทำเพลง หากได้ไปสัมผัสคนที่นี้จะรู้เลยว่าเค้ามีไมตรีจริงๆ ซึ่งเมื่อเดินทางมาที่นี้

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

นอกจากอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวก็สวยงามน่าประทับ ใจเช่นกันซึ่งมีอยู่อย่างมากมาย อาทิ วิวเมืองคาสเบกิ หมู่บ้านอุชกูลิ โรงละคร Rustaveli National Theatre สะพาน The Bridge of Peace มหาวิหารจอร์เจียนออร์โธด็อกซ์ หมู่ถ้ำวาตเซียและวิวเมืองเมสเตีย ประตูสู่คอเคซัส เป็นต้น

 

2.ปานามา (Republic of Panama)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 180 วัน เป็นประเทศที่อยู่ทางใต้สุดของอเมริกากลาง มีพื้นที่ 75,517 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตจรดประเทศคอสตาริกาทางทิศตะวันตก และจรดประเทศโคลอมเบียทางทิศตะวันออก ภาษาที่ใช้เป็นทางการคือ ภาษาสเปน ใช้สกุลเงิน บัลโบอา (PAB) โดยมีค่าเท่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐ ในปี ค.ศ. 1826 ประเทศปานามาได้รับเอกราชจากประเทศสเปน และได้รวมตัวกับประเทศโคลัมเบีย ประเทศเอกวาดอร์และประเทศเวเนซูเอลาเป็นสาธารณรัฐแห่งโคลัมเบีย แต่ภายหลับในปี ค.ศ. 1903 ก็ได้แยกตัวเป็นอิสระในที่สุด

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศปานามา ก็คือ สะพาน the Thatcher Ferry Bridge นอกจากนี้ยังมีโบสถสุดสวยอย่าง Iglesia del Carmen จุดชมวิว Amador Causeway ซึ่งล้วนแต่สวยงามและน่าสนใจทั้งสิ้น

 

3.อาร์เจนตินา (Argentine Republic)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 90 วัน เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอนดีสทางทิศตะวันตก และมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีพรมแดนจดประเทศปารากวัยและประเทศโบลิเวียทางภาคเหนือ จดประเทศอุรุกวัยและประเทศบราซิลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจดประเทศชิลีทางภาคตะวันตกและภาคใต้ เป็นประเทศมีพื้นที่ประมาณ 2,736,691 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในทวีปอเมริกาใต้และใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก โดยใช้สกุลเงินเปโซ เป็นเงินตราของประเทศ

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

สถานที่ท่องเที่ยวได้ที่ดังและงดงาม อาทิ น้ำตกอีกวาซู ธารน้ำแข็ง perito moreno glacier น้ำตกiguazu national park สวนสาธารณะ ซากดึกดำบรรพ์ Parque nacional Talampaya อุทยานแห่งชาติ Nahuel Huapi National Park ภูเขาสกี Cerro Catedral บอกได้เลยว่ามีเยอะมาก เที่ยวกันเพลินกันเลยทีเดียว

 

4.ชิลี (Republic of Chile)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 90 วัน เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่2,006,626 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตทิศตะวันออกติดโบลิเวียและอาร์เจนตินา ทิศเหนือติดเปรูและโบลิเวีย ทิศใต้ติดขั้วโลกใต้ และนทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ใช้ภาษาสเปน เป็นภาษาราชการ ซึ่งเกิดจากในอดีตเคยถูกสเปนยึดครองนั้นเอง และใช้สกุลเงินเปโซ (CLP)เหมือนกับประเทศอาร์เจนตินา ลักษณะประเทศจะเป็นแบบแนวยาว มีความยาว ยาวตลอดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกกว่า 4,300 กม. กว้างที่สุดเพียง 130 กม.

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

ความน่าสนใจของประเทศนี้คือมีสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลก ๆ เยอะ อาทิ หุบเขาโลกพระจันทร์ (Valle de la Luna)ธารน้ำแข็งซานราฟาเอล (San Rafael Glacier) เมืองบัลปาราอีโซ (Valparaiso) อุทยานแห่งชาติตอร์เรสเดลไปย์เน (Torres del Paine National Park)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

อุทยานแห่งชาติเลากา (Lauca National Park)และเกาะอีสเตอร์ (Easter Island)สุดดังนั้นเอง นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวที่สวยๆ อีกเยอะ รับรองว่าไปแล้วจะหลงรักประเทศชิลีเลยล่ะ

 

5.บราซิล (Federal Republic of Brazil)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 90 วัน ประเทศนี้มีชื่อเสียงในเรื่องฟุตบอลเป็นอย่างมาก คนไทยรู้จักดีเลยล่ะ มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศอุรุกวัย อาร์เจนตินา ปารากวัย โบลิเวีย เปรู โคลอมเบีย เวเนซุเอลา กายอานา ซูรินาเม และดินแดนเฟรนช์เกียนา(ทุกประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ยกเว้นเอกวาดอร์และชิลี) มีเนื้อที่ทั้งหมด 8,511,965 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ ใช้สกุลเงิน เรอัล (BRL)และ ภาษาโปรตุเกส เป็นภาษาราชการ ชาวบราซิลจะมีอุปนิสัยรักความสนุกสนาน เฮฮา ส่วนใหญ่จะมีอัธยาศัยดี และมีความเอื้อเฟื้อต่อชาวต่างชาติ สถานที่ท่องเที่ยวก็มีเยอะไม่น้อยหน้าใคร สวยน่าประทับใจไม่แพ้ประเทศอื่น

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

อาทิ อุทยานแห่งชาติ Tijuca ที่มีรูปปั้นพระเยซูคริสต์ สิ่งมหัสจรรย์ของโลก ภูเขาSugarloaf น้ำตกฟอสโดอีกวาซู (Foz do Iguacu)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

พอร์โตเดอ (Porto de Barra) ฟลาเมงโก (Flamengo) และสเตลลามาริส (Stella Maris) บราซีเลีย (Brasilia) เป็นต้น หากได้ไปรับรองว่าประทับใจกันแน่นอน

 

6.เปรู (Republic Of Peru)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 90 วัน ประเทศที่อารยธรรมเก่าแก่อับดับหนึ่งของโลกของว่าได้ ทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับประเทศเอกวาดอร์และประเทศโคลอมเบีย ทิศตะวันออกมีอาณาเขตติดกับประเทศบราซิลและประเทศโบลิเวีย ส่วนทิศใต้มีอาณาเขตติดกับประเทศชิลี และทิศตะวันตกมีอาณาเขตติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก มีเนื้อที่ทังหมด 1,285,220 ตารางกิโลเมตร ใช้ภาษาเกชัว และภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ ใช่สกุลเงิน นวยโบซอล (PEN)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สถานที่ท่องเที่ยวสุดดังของประเทศเปรู ก็คือ มาชูปิกชู เมืองอารยธรรมโบราณของชาวอินคา นั่นเอง และนอกจากนี้ยังมีอีกหลายที่ เช่น อุทยานแห่งชาติมานู พิพิธภัณฑ์ภูมิภาคไอคา (Ica Regional Museum)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

เมืองไอคาเมืองที่มีทั้งทะเลทรายและหุบเขาอันเขียวชอุ่มรายล้อม หาดสีแดง (Red Beach) นาเกลือ Salinas และเส้นนาซคา (Nazca Lines)สิ่งมหัศจรรย์ดังของโลก ซึ่งนับว่าเป็นแดนอารยธรรมโบราณที่เก่าแก่ น่าไปชมให้ได้สักครั้งเลยค่ะ

 

7.วานูอาตู (Republic of Vanuatu)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 90 วัน ประเทศหมู่เกาะอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนิวแคลิโดเนีย ทางทิศตะวันตกของประเทศฟิจิ และทางทิศใต้ของหมู่เกาะโซโลมอน ไม่มีอาณาเขตทิศกับประเทศใดเลย เนื่องจากเป็นหมู่เกาะ ซึ่งมีพื้นทั้งหมดของประเทศที่ : 12,190 ตารางกิโลเมตร คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ ใช้สกุลเงินวาตู (Vatu) ซึ่งใช้ภาษาทางการ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาบิสลามา ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

นอกจากนี้ประเทศวานูอาตูยังเคยเป็นประเทศที่ติดอันดับประชากรมีความสุขที่สุดในโลกอีกด้วยนะ สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศนี้ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย เลยที่เดียว อาทิ ชายหาดChampagne Beach ดำน้ำดูปะการังที่ Hideaway Island Marine Reserve ชมภูเขาไฟยาซูร์

 

8.เอกวาดอร์ (Republic of Ecuador)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทวีปอเมริกาใต้ ทิศเหนือมีอาณาเขตติดต่อกับโคลอมเบีย ทิศตะวันออกและทางทิศใต้มีอาณาเขตติดต่อกับเปรู และทิศตะวันตกจะเป็นมหาสมุทรแปซิฟิกมีพื้นที่ของประเทศ 272,045 ตารางกิโลเมตร ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)และใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

ประเทศนี้ยังมีศิลปะวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายและสวยงามมากเช่นกัน ซึ่งมีอยู่หลายสถานที่ที่น่าสนใจจนต้องยกนิ้วให้ เลยจริงๆ เช่น หมู่เกาะกาลาปากอส โบสถ์ซานฟรานซิสโก เส้นทางรถไฟจมูกปีศาจ ภูเขาไฟโกโตปักซี ซึ่งน่าไปเยือนสักครั้งดีต่อใจแน่นอน

 

9.มองโกเลีย (Mongolia)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 30 วัน หากพูดถึงมองโกเลียเราก็คงต้องนึกถึงนักรบดังผู้ยิ่งใหญ่ เจงกิสข่าน เลยใช่มั้ยซึ่งเป็นนักรบเก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งปัจจุบันประเทศมองโกเลีย เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล มีอาณาเขตทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย และ ทิศใต้ ติดกับประเทศจีน มีพื้นที่1,564,116 ตารางกิโลเมตร ใช้ภาษามองโกเลีย เป็นภาษาราชการ

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษารัสเซีย และภาษาเตอร์กิก อีกด้วย สกุลเงินของมองโกเลียใช้เป็น ทูกรุก (MNT)ซึ่งก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิเช่น เทือกเขาอัลไต ทะเลสาบฮุฟสกุล ทุ่ง Dornod Aimag ทะเลทรายโกบี ซึ่งล้วนแต่สวยงามถ้าได้ไปสักครั้งจะดีไม่ใช่น้อย

 

10.เซเชลส์ (Republic of Seychelles)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 30 วัน ประเทศเซเชลส์ชื่อประเทศนี้ไม่คุ้มหูสักเท่าไหร่ แต่ก็มีความงามของทะเลที่ต้องตะลึงเลยละ จนยกว่าเป็นมัลดีฟของแอฟริกา ประเทศนี้เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ห่างจากชายฝั่งของทวีปแอฟริกาทางตะวันออก 1,500 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

มีเกาะประมาณ115 เกาะ รวมมีเนื้อที่ของประเทศทั้งหมด 455 ตารางกิโลเมตร ใช้ภาษาราชการ 3 ภาษาคือ อังกฤษ ฝรั่งเศส ครีโอล เซเชลส์ ใช้สกุลเงิน รูปีเซเชลส์ (SCR)เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยแมกไม้พันธุ์พืชอุดมด้วยระบบนิเวศ ชายหาดที่นี้ขาวจ๊วก น้ำทะเลใสปิ้ง มีศิลปวัฒนธรรมที่สวยงาม เหนือคำบรรยายเลยล่ะ

 

11.แอฟริกาใต้ (Republic of South Africa)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 30 วัน มีพรมแดนติดกับประเทศนามิเบีย บอตสวานา ซิมบับเว โมซัมบิก และสวาซิแลนด์ มีเนื้อที่ 1,219,912 ตารางกิโลเมตร ใช้ภาษา อังกฤษ และ Afrikaans เป็นภาษาราชการ และสกุลเป็น แรนด์ (ZAR)แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีความหลากหลายชีวภาพและวัฒนธรรม มีทั้งชนชาติ ชาวผิวขาว ชาวผิวสี และชาวพื้นเมือง

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น หุบผาแม่น้ำไบลด์ ริมฝั่งแม่น้ำวิกตอเรียและอัลเฟรด เทเบิ้ลมาวเท่น อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ เที่ยวครบทุกรสทุกสไตล์ต้องมาที่นี้นะ จะบอกให้

 

12.บาห์เรน (Kingdom of Bahrain)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สามารถพำนักได้สูงสุด 14 วัน เป็นประเทศที่เป็นเกาะในอ่าวเปอร์เซีย ประมาณ 33 เกาะ มีพื้นที่ประมาณ 620 ตารางกิโลเมตร มีสะพานเชื่อมต่อกับประเทศซาอุดีอาระเบียระยะทาง 28 กิโลเมตรซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก และสะพานเชื่อมต่อกับกาตาร์จะอยู่ทางทิศใต้และเป็นสะพานขึงที่มีความยาวที่สุดในโลก ใช้ภาษาภาษาอาหรับ เป็นภาษาราชการ แต่คนที่นี้ส่วนมากพูดอักกฤษได้ทุกคนซึ่งใช้เป็นภาษาในการสื่อสารทั่วไป และใช้สกุลเงิน ดีนาร์บาห์เรน (BHD)

 

12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้

 

สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศนี้ อาทิ ป้อมปราการบาห์เรน (Bahrain Fort) พิพิธภัณฑ์อัลกุรอ่าน บาห์เรน (Beit Al Quran)ฟาร์มอูฐ จานาบิยา Tree of Life พิพิธภัณฑ์น้ำมัน เป็นต้น ซึ่งคนประเทศนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเป็นมิตรมากที่สุดจากเว็บไชต์ท่องเที่ยวชื่อดังอีกด้วย

 

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับ 12 ประเทศน่าเที่ยวไม่ต้องขอวีซ่าสวยจนต้องยกนิ้วให้ ทั้งสวยงามแล้วก็สะดวกสบายมากมายสำหรับการเดินทางไปเที่ยว เพราะไม่ต้องขอยื่นวีซ่าให้ยุ่งยากเลย

 

และสำหรับใครที่อยากจิไปเที่ยวต่างประเทศ หรือว่ายังไม่รู้ว่าจะไปประเทศไหนดีก็สามารถเข้าไปรับชมแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศราคาถูกได้กับ>>>โปรแกรมทัวร์ต่างประเทศ<<<จากทางบริษัททัวร์ต่างประเทศเซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวล

ติดต่อสอบถามขอข้อมูลเพิ่มเติมทัวร์ต่างประเทศ>>>ติดต่อเรา<<<

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

ในโลกใบไม้สิ่งที่มาเติมสีสันความสวยงามอย่าง ดอกไม้ ถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างขาดไม่ได้ ซึ่งทุกประเทศต้องมีดอกไม้ และคงไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะไม่มีดอกไม้ในประเทศเลย แต่ประเทศที่มีดอกไม้สวย ๆ นี้สิ จะมีที่ไหนบ้างที่น่าประทับใจ ทำให้เราต้องกดชัตเตอร์กันรัวๆ วันนี้เรามีบทความดี ๆ อย่าง 9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย คัดเลือกสวยดอกไม้ที่สวยที่สุดมาฝากให้นักเดินทางสายเที่ยวต้องไปสัมผัสกันอีกแล้ว จะมีที่ไหนบ้างเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

1.สวนสาธารณะเคอเคนฮอฟ (Keukenhof)

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

เป็นสวยที่มีดอกทิวลิปที่ใหญ่และสวยสุดในโลก ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่ ประเทศเนเธอแลนด์ ซึ่งที่นี้จะมีการจัดงานทิวลิปทุกปี มีดอกทิวลิบที่มีมากกว่า 7 ล้านต้น มากกว่า 800 สายพันธุ์กัน เลย ยังไม่รวมดอกไม้อื่น ๆ อีก เช่น ดอกลิลลี่ โฮยาซิน แดฟโฟดิล พากันบานสะพรั่งอวดสีสันสวยงาม จะบอกเลยว่าที่สวยราวกับสวยในเทพนิยาย เลยนะ รับรองว่าใครได้ไปสัมผัสสวนแห่งนี้จะลืมกันไม่ลงเลยล่ะ

 

2.สวนฮิกาชิโมโก (Higashi Mokoto Shibazakura Park)

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

ทุ่งดอกพิงค์มอส หรือดอกชิบะซากุระสรวงสวรรค์ของคนชอบสีชมพูที่นี้จะเต็มไปด้วยดอกชิบะซากุระต้นเล็ก ทั้งสวนเป็นสวนที่เก่าแก่และมีชื่อมากของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะฮอกไกโด มีเนื้อที่มากถึง 100,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี

 

3.อุทยานแห่งชาติ Namaqualand

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

ทุ่งดอกไม้ป่าเป็นทุ่งดอกไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งขึ้นในบริเวณอุทยานมีหลากหลายพันธ์ สีสันสวยงามมีวิวและทิวทัศน์ และสัตว์ป่าที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ดูแล้วสวยยังกะภาพวาดเลยเชียว อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ในประเทศแอฟริกาใต้ ห่างจากเมืองเคปทาวน์ประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งคุณสามารถชมทุ่งดอกไม้นี้ได้ในฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือน กรกฎาคมถึงเดือนกันยายน หากใครได้ไปสัมผัสรับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

 

4.ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ เมืองโพรวองซ์ (Lavender in Provence)

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย 9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

ดินแดนต้องมนต์ ความงดงามที่เหนือคำบรรยายของทุ่งลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งเต็มไปด้วยสีม่วงอยู่เต็มทุ่ง ซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศฝรั่งติดกับดินแดนประอิตาลี อีกทั้งเมืองนี้ยังเป็นจุดกำเนิดของศิลปะยุคโพสอิมเพรสชั่นนิสม์ นอกจากนี้คุณยังได้ผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์แท้ ไม่ว่าจะเป็น ลิปสติก นำมันหมอระเหย สบู่ หรือเทียน ซื้อกลับเป็นของฝากอีกด้วย และจุดไฮไลท์ที่ไม่อยากพลาดอีกจุดสำคัญคือการถ่ายรูปกับปราสาทประจำเมืองซึ่งอยู่เบื้องหลังทุ่งลาเวนเดอร์ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก

 

5.ทุ่งดอกป๊อปปี้ ที่ Antelope Valley California Poppy Reserve

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย 9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

ทุ่งสีส้มและเหลืองโดดเด่นทางกลางขุนเขา อยู่ในเมืองแลงคาสเตอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีระยะทางประมาณ 8 ไมล์จะคุณจะได้สัมผัสดอกป๊อปปี้ เป็นเส้นทางที่สุดลูกหูลูกตา สีส้มและเหลืองอร่ามราวกับผืนพรมเลยทีเดียว ซึ่งบอกได้เลยว่าวิวที่ทิวทัศน์กับดอกป๊อปปี้เข้ากันอย่างมาก ใครอยากไปดูดอกป๊อปปี้นี้ก็สามารถเดินทางกันไปได้ในช่วงประเมาณเดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม นะคะ

 

6ทุ่งดอกบลูเบลล์ (bluebells) ใน Hallerbos forest

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย 9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

ทุ่งดอกสีฟ้าน้ำเงิน บอกเลยว่าเสียจนเกือบลืมหายใจเลยเชียว อยู่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ บนเนี้อที่โดยประมาณ 5,690,000 ตารางเมตร ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะขึ้นเต็มผืนป่าใต้ต้นไม้ใหญ่ไปทั่วคล้ายกับมีพรมไว้เลยทีเดียว เรียกว่าดอกบลูเบลล์นี้เป็นราชินีของผืนป่านี้ไปเลยเป็นความงามของธรรมชาติที่สร้างขึ้นอย่างไร้ที่ติจริงๆ

 

7.ทุ่งดอกไม้สายรุ้งฟาร์มโทมิตะ Farm Tomita ฮอกไกโด

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

ฟาร์มที่โด่งดังและมีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในปี ค.ศ.1976 มีชื่อเสียงจากได้รับการคัดเลือกให้ภาพทุ่งลาเวนเดอร์ของฟาร์มโทมิตะเป็นภาพปฏิทินประจำปีของการรถไฟซึ่งเป็นบริษัทขนส่งมวลชนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสความสวยงามของทุ่งลาเวนเดอร์กันเป็นจำนวนมาก แต่เดิมนั้น ฟาร์มโทมิตะ เริ่มต้นสร้างฟาร์มมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1903 โดยคุณปู่ของ ทาดาโอะ โทมิตะ เจ้าของฟาร์มโทมิตะคนปัจจุบัน โดยปลูกลาเวนเดอร์เพื่อผลิตน้ำหอม แต่ประสบปัญหา ทางการตลาด เพราะมีการนำเข้าน้ำหอมจากต่างประเทศที่ราคาถูกกว่า ฟาร์มจึงเริ่มซบเซา แต่โทมิตะฟาร์มก็ได้ยืนหยัดต่อสู้ จนเป็นฟาร์มที่โด่งดัง ในปัจจุบันได้ผิดสินค้าเกี่ยวกับลาเวนเดอร์มากมาย ทั้ง สบู ไฮศกรีม น้ำหอม เครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสายพันธุ์ดอกไม้ทำให้มีทุ่งดอกไม้หลากสีหรือทุ่งดอกไม้สายรุ้งที่สวยงามและเป็นทุ่งยอดฮิตเลยทีเดียว

 

8.ทุ่งดอกคาโนลา (Canola) เมืองโหล่วผิง ประเทศจีน

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

เป็นทุ่งดอกไม้เหลืองอร่ามสลับกับยอดเขาหลายลูกสุดลูกหูลูกตา ซึ่งเป็นภาพที่มีเอกลักษณ์และความสวยงามราวกับภาพวาดจนต้องร้องว้าว ตะลึงในความสวยงามนี้กันเลย ซึ่งเมืองนี้จะปลูกดอกคาโนลาหรือดอกเรปกันเยอะ เพื่อใช้สกัดน้ำมันใส้ปรุงอาหาร ผสมทำไบโอดีเซล เรียกว่าทั้งสวยและมีประโยชน์มากมายเช่นนี้ ต้องลองไปสัมผัสกันดูสักครา ที่มีโอกาสก็อย่าได้พลาดเลยเชียวนะ

 

9.ฟาร์มดอกไม้ Hitachi Seaside Park

 

9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย

 

ตั้งอยู่ในเมืองฮิตาชินากาของจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นฟาร์มขนาดใหญ่มา มีดอกไม้หลายสวยพันธุ์ ทำให้สามารถเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี และเป็นอีกฟาร์มที่มีชื่อเสียงอย่างมากของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอยากแนะนำทุ่งสีฟ้าดอกเนโมฟีเลีย(Nemophila)และทุ่งดอกโคเชีย(Kochia) ซึ่งเป็นทุ่งที่มีสวยงามและยอดนิยมของนักท่องเที่ยว รับรองได้เลยว่าหัวใจคุณจะพองโต ไม่อยากจะกระพริบตา กับความสวยของทุ่งดอกไม้นี้เลย

หลายคนอ่านแล้วอยากเก็บกระเป๋าบินลัดฟ้าไปดูกันเลยทีเดียว สำหรับ 9 สวนดอกไม้สวยจนใจละลาย มาฝากกันอีกแล้ว รับรองว่าใครได้อ่านแอบมีลังเล จะไปเที่ยวที่ไหนก่อนดี ก็มันสวย ๆ ทั้งนั้นใช่มั้ยละ บอกได้ 3 คำว่า ดีต่อใจ หากได้ไปสักครั้งคุณจะลืมไม่ลง

บริษัทเซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวล บริษัททัวร์ต่างประเทศ จำหน่ายทัวร์ต่างประเทศ แพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศราคาถูก มีทัวร์ต่างประเทศโปรโมชั่นมากมาย มีบริการ รับจัดกรุ๊ปทัวร์ต่างประเทศ จัดกรุ๊ปทัวร์ทั้งแบบกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัว และแบบกรุ๊ปจอยทัวร์ ไม่ว่าจะเป็นกรุ๊ปครอบครัว กรุ๊ปดูงาน หรือกรุ๊ปสัมนา

ติดต่อสอบถามปรึกษาวางแผนการท่องเที่ยวต่างประเทศราคาประหยัด>>>ข้อมูลสำหรับการติดต่อบริษัทเซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวล<<<

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

10 สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรีย (ตอนที่ 2)

ตอนที่แล้วเราได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในออสเตรียไปบางส่วนแล้ว ซึ่งแต่ละที่ล้วนน่าสนใจ และมีประวัติมายาวนาน มีงานสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า น่าศึกษา สวยงามน่าประทับใจ ซึ่งหากคุณได้ไปเยือนประเทศออสเตรียสักครั้งคุณจะไม่มีวันลืมประเทศดินแดนแห่งขุนเขานี้เลย ใครที่พลาดตอนที่แล้วไป สามารถเข้าไปดูได้ที่ 10 สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรีย (ตอนที่ 1) กันเลยจะมีที่ไหนบ้างน่าสนใจลองอ่านกันดูนะคะ

 

10 สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรีย (ตอนที่ 2)

 

6.พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่พระราชวังเบลเวอเดียร์ (Belvedere Palace)

 

10 สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรีย (ตอนที่ 2)

 

เดิมเป็นพระราชวังฤดูร้อนของเจ้าชายยูจีนแห่งซาวอย ผู้นำกองทัพแห่งราชวงศ์แฮบส์บวร์ก ซึ่งสร้างขึ้นตามศิลปะบาร็อกในปี ค.ศ. 1715-1723 ซึ่งพระราชวังแห่งนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนประทับของเจ้าชาย และส่วนสำหรับจัดงานเลี้ยง รับรองแขก ซึ่งภายในแตกแต่งไว้อย่างหรูหรา ปัจจุบันได้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ รวมภาพเขียนและงานศิลปะของศิลปินดัง ไว้หลายท่าน

 

7.หอสมุดแห่งชาติของประเทศ ออสเตรีย (National Bibliotheque)

 

10 สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรีย (ตอนที่ 2)

 

เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้เพียงแค่มีหนังสือ ตำราให้อ่าน แต่ยังเป็นแหล่งรวบรวมแผ่นเพลงที่เยอะที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ รับรองว่าฟังกันเพลินแน่ หอสมุดแห่งชาตินี้สร้างขึ้นในปี 1722 สถาปัตยกรรมแบบบารอก และนอกจากหนังสือและแผ่นเพลงแล้วยังมี การจัดแสดง ลูกโลกกว่าร้อยลูก แบบจำลองด้วยจันทร์และดาวเคราะห์ นอกจากนั้น เครื่องเงิน เครื่องทอง สคริปต์โบราณที่ใหญ่ที่สุด แผ่นหินจารึกโบราณ รวมถึงม้วนกระดาษโบราณที่มีมาก่อนคริศตกาล

 

8.โรงละคร โรงโอเปร่าแห่ง กรุงเวียนนา (Vienna State Opera)

 

10 สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรีย (ตอนที่ 2)

 

โรงละครแห่งแรกของเวียนนา สร้างขึ้นในปี 1861 เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-เรนาซอง มีความคสาสสิกและหรูหรา ปัจจุบันยังมีการจัด
แสดงละคร และด้วนตรี ซึ่งมีผู้เข้าชมอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

9.โบสถ์เซนต์ชาร์ลส์ (St.Charles Cathedral)

 

10 สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรีย (ตอนที่ 2)

 

เริ่มก่อสร้างประมาณปี 1713-1739 โดย สมเด็จจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 6 แห่งจักรวรรดิโรมัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมของ
บารอกและโรมาเนสก์ มีเสา 2 ต้น ตั้งอยู่ด้านหน้าติดกับโบส์ เป็นจุดเด่นของโบสถ์แห่งนี้ ภายในถูกประดับตกแต่งทาสี และปิดทองไว้อย่างสวยงาม ด้านหน้ายังมีงานปั้นประติมากรรมของเฮนรี่ตั้งอยู่ในสระน้ำอีกด้วย

 

10.พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum)

 

10 สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรีย (ตอนที่ 2)

 

สร้างขึ้นในปลายยุค 1800 ภายในมีการแสดงศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลก
ฟอสซิลและหุ่นจำลองของสัตว์ที่สูญพันธุ์ เช่น ไดโนเสาร์ตัวใหญ่ยักษ์ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ เลยทีเดียว และนอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงหินอุกกาบาตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การแสดงแร่ธาตุ และอัญมณีต่างๆ
ไว้อีกด้วย นับว่าเป็นสถานที่ที่น่าสนใจไม่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

จบบริบูรณ์กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวออสเตรีย ทั้ง 2 ตอนนะคะ ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนไหนก็ย้อนไปอ่านกันได้นะ

สำหรับท่านใดที่ต้องการไปเที่ยวต่างประเทศ ทัวร์ยุโรป ทัวร์ต่างประเทศ ฟินๆ สามารถเข้าไปรับชมแพ็คเกจทัวร์ ได้ที่>>>แพคเกจทัวร์ต่างประเทศ<<<

เซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวล บริษัททัวร์ต่างประเทศ รับจัดกรุ๊ปทัวร์ต่างประเทศ กรุ๊ปสัมนา กรุ๊ปดูงาน กรุ๊ปครอบครัว จัดกรุ๊ปทัวร์ตามงบประมาณและความต้องการ

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

สิงคโปร์พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

นับว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างมากที่ สิงคโปร์พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก กับนโยบายต่างประเทศและการทูตแบบเปิดกว้างที่ทำให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างประเทศสิงคโปร์ ได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลกในเรื่องการผ่านเข้าออกต่างประเทศ

 

สิงคโปร์พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

 

เมื่อผู้ถือพาสปอร์ตของประเทศสิงคโปร์ได้รับการงดเว้นวีซ่าจากประเทศต่างๆทั่วทุกมุมโลกมากที่สุดของโลกด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ณ ตอนนี้พาสปอร์ตของสิงคโปร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นพาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก

 

ภายหลังจากที่ประเทศปารากวัยได้ออกมาประกาศงดเว้นวีซ่าให้สำหรับผู้ที่ถือพาสปอร์ตสิงคโปร์จึงทำให้พาสปอร์ตสิงคโปร์ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ ซึ่งแซงพาสปอร์ตจากประเทศยักษใหญ่ที่ครองตำแหน่งแชมป์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกมาถึง 2 สมัยในดัชนีพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่จัดทำโดยอาร์ตัน แคพิทัล บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินระดับโลกอย่างประเทศเยอรมนีซึ่งได้ตกไปอยู่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกโดยปริยาย

 

โดยเมื่องช่วงต้นปี 2017 ที่ผ่านมาผู้ที่ถือพาสปอร์ตของสิงคโปร์สามารถผ่านเข้าออกได้ 158 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าหรือสามารถขอวีซ่าได้ที่สนามบินซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับพาสปอร์ตเยอรมนี จากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด 199 ประเทศ

แต่ภายหลังจากที่ปารากวัยได้ประกาศงดเว้นวีซ่าให้ผู้ที่ถือพาสปอร์ตสิงคโปร์เพิ่มขึ้นอีก 1 ประเทศ จึงทำให้พาสปอร์ตสิงคโปร์ได้ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของโลกเป็นครั้งแรก

 

นายฟิลิป เมย์ กรรมการผู้จัดการของอาร์ตัน แคพิทัลในสิงคโปร์กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ประเทศในเอเชียได้ครองอันดับ 1 ในดัชนีพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่เนื่องจากที่ผ่านๆมา

 

พาสปอร์ตทรงอิทธิพลส่วนใหญ่จะเป็นของประเทศในโซนทวีปยุโรปและด้วยข้อที่กล่าวมาแล้วนี้นี้เองจึงถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า นโยบายต่างประเทศและการทูตแบบเปิดกว้างของสิงคโปร์นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

 

เห็นแล้วน่าอิจฉาเลยนะคะสำหรับพลเมืองผู้ถือพาสปอร์ตของประเทศสิงคโปร์ ที่ได้รับความสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่งจากการงดเว้นการขอวีซ่าจากประเทศต่างๆทั่วโลกมากที่สุด แต่สำหรับคนไทยก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ

 

เพราะเวลาไปเที่ยวต่างประเทศไปกับทัวร์ต่างประเทศเค้าก็จะมีคนคอยดูแลและจัดการกับการขอวีซ่าเพื่อเป็นบัตรผ่านเข้าไปในประเทศต่างๆนั้นเองค่ะ

อย่างใครที่จองทัวร์กับบริษัททัวร์อย่างเซ็นเตอร์ทัวร์แอนด์ทราเวลก็จะได้รับความสะดวกสบายในเรื่องนี้อีกด้วย

 

อ่านไปอ่านมาก็ชักอยากจะไปเที่ยวต่างประเทศมั้งแล้ว เข้าไปดูแพคเกจทัวร์กันที่นี้ดีกว่า>>>ทัวร์ต่างประเทศ<<<

เอ๊ะๆ!!! ยังมีข้อสงสัยอยู่หน่อย สอบถามเพิ่มเติมละกัน>>>ติดต่อสอบถามปรึกษาหรือวางแผนการท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วทุกมุมโลก<<<

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ , , , , , , | ใส่ความเห็น